อุดฟัน

อุดฟัน (Dental Filling)

 

         การอุดฟันคือวิธีการรักษาฟันที่ถูกทำลายจากการผุให้สามารถใช้งานได้และกลับมามีรูปทรงดังเดิม เวลาทำการอุดฟันทันตแพทย์จะเอาเนื้อฟันที่ผุออกและทำความสะอาด จากนั้นจึงเติมวัสดุอุดฟันลงไปเพื่อช่วยป้องกันการผุเพิ่มขึ้นด้วยการปิดช่องทางที่แบคทีเรียสามารถเข้าไปได้

 

         การอุดฟันจะทำก็ต่อเมื่อมีฟันผุจนเป็นรู คอฟันสึกจากการแปรงฟันผิดวิธี การแตกหักหรือการบิ่น ของฟันจากอุบัติเหตุ การอุดฟันช่วยทดแทนฟันที่สูญเสียเนื้อฟันจากสาเหตุดังกล่าวข้างต้น ด้วยการใส่วัสดุอุดฟันเข้าไปทดแทนที่เพื่อให้ฟันซี่นั้นสามารถใช้งานในช่องปากได้เหมือนเดิมหรือกลับมีรูปร่างตามปกติ ทำให้โครงสร้างทั้งหมดของฟันอยู่ในสภาพที่ดี และทำหน้าที่ได้ถูกต้องเหมือนเดิม

 

สาเหตุที่ต้องอุดฟัน

  1. ฟันผุ
  2. ฟันแตกหรือบิ่น
  3. การนอนกัดฟัน
  4. การใช้ฟันเปิดวัสดุต่าง ๆ

 

ขั้นตอนในการอุดฟัน

ขั้นตอนในการอุดฟันของทันตแพทย์ ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ๆ คือ

  1. การกรอฟันหรือการเตรียมฟันให้พร้อมสำหรับการอุด เช่นถ้ามีฟันผุดำ ๆ หรือผุเป็นช่องโบ๋ มีเศษอาหารติด หมอฟันก็จะกำจัดสิ่งเหล่านี้ออกไปก่อน โดยมากก็จะใช้หัวกรอ กรอเนื้อฟันที่ผุออกไปให้เหลือแต่เนื้อฟันที่แข็งแรงเท่านั้น ในการกรอฟันทันตแพทย์จะเลือกตัดเนื้อฟันให้น้อยที่สุด
  2. การอุดฟันคือการเติมช่องว่างหรือส่วนที่ขาดหายให้เต็ม
  3. ขัดเงาหรือขัดเอาวัสดุอุดส่วนเกินออกไป

 

วัสดุที่ใช้ในการอุดฟัน

  1. อุดฟันด้วยทอง (Gold)

         วัสดุชนิดนี้มีราคาที่สูงที่สุด เนื่องจากทำขึ้นมาเฉพาะบุคคล ไม่ทำให้ระคายเคืองช่องปาก มีความทนสูง และมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 20 ปี (แล้วแต่บุคคล) มีข้อเสียคือ มีสีทองทำให้มองเห็นได้ชัด

 

  1. อุดฟันด้วยอมัลกัม (Amalgam)

         เป็นวัสดุอุดฟันโลหะผสมมีสีเทาแบบโลหะ ราคาไม่แพง มีข้อดีคือแข็งแรงทนทานเหมาะกับการอุดในบริเวณที่ต้องรับแรงบดเคี้ยว ข้อเสียคือสีไม่เหมือนฟันธรรมชาติ และจะเข้มขึ้นเรื่อย ๆ

 

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่อุดฟันด้วยอมัลกัม

  • ไม่ควรใช้ฟันที่เพิ่งอุดใหม่ ๆ เคี้ยวอาหารควรทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชม. เพื่อให้วัสดุแข็งตัวเต็มที่ ให้เคี้ยวอาหารเฉพาะด้านที่ไม่ได้รับการอุดฟันเพียงข้างเดียวไปก่อน
  • ควรกลับมาขัดวัสดุให้เรียบและขึ้นเงาตามที่ทันตแพทย์นัดหมาย การขัดเรียบจะช่วยให้แผ่นคราบแบคทีเรียเกาะติดได้ยากขึ้น ลดการเกิดการผุใหม่ตามขอบวัสดุและยืดอายุการใช้งานของฟันซี่นั้นด้วย
  • การที่อุดฟันด้วยอมัลกัมตั้งแต่ 3 ด้านขึ้นไป ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่แข็ง ๆ และใช้ฟันซี่นั้นอย่างระมัดระวัง

 

  1. อุดฟันด้วยคอมโพสิตเรซิน (Composite Resin)

         เป็นวัสดุอุดฟันสีธรรมชาติ ซึ่งมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัสดุอุดฟันแบบฉายแสง เป็นวัสดุจำพวกพลาสติก ใช้ในตำแหน่งที่ต้องการความสวยงามเหมือนธรรมชาติ สามารถใช้อุดฟันได้ทั้งฟันหน้าและฟันหลังและยังคงทนได้นานกว่ากลาสไอโอโนเมอร์ แต่วัสดุชนิดนี้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

 

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่อุดฟันด้วยคอมโพสิตเรซิน

  • สามารถใช้ฟันซี่นั้นเคี้ยวอาหารได้ตามปกติทันทีหลังการอุดฟัน
  • กรณีที่วัสดุมีการเปลี่ยนสีมีการแกะติดของสีจากคราบอาหารตามขอบวัสดุ หรือขอบวัสดุอุดฟันมีรอยรั่วแตกหัก ควรพบทันตแพทย์เพื่ออุดฟันแก้ไขใหม่

 

  1. อุดฟันด้วยกลาสไอโอโนเมอร์ (Glass Ionomercement)

         เป็นวัสดุอุดสีขาวคล้ายคอมโพสิต มีความโปร่งแสง ซึ่งมีข้อดีคือสามารถปล่อยฟูออไรด์ออกมาจากตัววัสดุได้ ทำให้สามารถป้องกันการผุซ้ำและลดอาการเสียวฟันได้ ข้อเสียคือไม่แข็งแรงทนทาน ใช้อุดเฉพาะฟันที่ไม่ต้องรับแรงบดเคี้ยว

 

  1. อุดฟันด้วยวัสดุชั่วคราว (Temporary Filling)

         ใช้ในกรณีคนไข้รักษารากฟัน เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่โพรงประสาทฟันในขณะที่รอการรักษาครั้งถัดไป  วัสดุอุดฟันชั่วคราวไม่ได้มีไว้ใช้งานอย่างถาวร ตามปกติแล้วจะหลุด แตก หรือสึกหรอภายในหนึ่งหรือสองเดือนเท่านั้น

 

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่อุดฟันด้วยวัสดุอุดฟันชั่วคราว

  • ไม่ควรใช้ฟันที่อุดด้วยวัสดุชั่วคราว (สีขาว) ใน 24 ชั่วโมงแรก เนื่องจากวัสดุชั่วคราวจะนิ่มมาก และหลุดง่าย เมื่อวัสดุชั่วคราวสัมผัสกับน้ำลายในช่องปากจะค่อย ๆ แข็งตัวขึ้น
  • วัสดุชั่วคราวมีอายุการใช้งานที่จำกัด จะค่อย ๆ กร่อนไปภายใน 2 – 4 สัปดาห์ จึงควรกลับมาพบทันตแพทย์ เพื่อทำการรักษาฟันซี่นั้นให้ถาวรและสามารถใช้งานได้ตามปกติ

 

คำแนะนำหลังการอุดฟัน

         อายุการใช้งานของฟันที่ได้รับการอุดฟันทุกซี่จะขึ้นอยู่กับการบดเคี้ยว การใช้งาน การเลือกรับประทานอาหารที่ไม่แข็งและเหนียวเกินไป ต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดอยู่เสมอและการตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน