ฟอกสีฟัน

ฟอกสีฟัน
(Teeth Whitening)

 

         ทุก ๆ คนย่อมอยากมีรอยยิ้มที่ดูน่าดึงดูด สีของฟันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้รอยยิ้มของคุณดูน่าดึงดูดยิ่งขึ้น การฟอกสีฟันจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยคุณได้ในราคาที่ไม่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีอื่น โดยการใช้สารประกอบ Peroxide เพื่อเข้าไปปรับให้ผิวเคลือบฟันของคุณขาวขึ้น ควบคู่ไปกับการไปกำจัดคราบที่ฝังตัวอยู่ในชั้นเนื้อฟันและฉายด้วยแสง Laser หรือ Cool-Light เพื่อช่วยให้ฟันของคุณขาวเร็วยิ่งขึ้นภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง **

 

         อย่างไรก็ดีผลลัพธ์ที่ได้ในคนไข้แต่ละคนอาจแตกต่างกันขึ้นกับสีและสภาพฟันดั้งเดิมของคนไข้ด้วย ในคนไข้ที่เคยได้รับยาฆ่าเชื้อ Tetracyclin หรือมีความผิดปกติของผิวเคลือบฟัน (เช่น Dental Fluorosis , Enamel Hypoplasia) การฟอกสีฟันในแต่ละครั้งอาจเปลี่ยนสีฟันของคุณได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น การรักษาด้วย Veneer จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในเวลาที่น้อยกว่า

 

         การฟอกสีฟันไม่ได้ทำให้สีฟันของคุณเปลี่ยนไปถาวร ซึ่งสีฟันจะกลับมาเร็วหรือช้าขึ้นกับพฤติกรรมการกิน การใช้ชีวิต รวมถึงวิธีดูแลรักษาฟันของคุณ หากต้องการให้สีฟันขาวขึ้นถาวร การเลือกทำ Veneer จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

 

การเตรียมตัวก่อนการฟอกฟันขาว

  • ขูดหินปูน รักษาโรคเหงือก และขัดคราบฟันให้สะอาดทั้งปาก
  • ฟันผุ ฟันสึก และรอยอุดที่เสื่อมสภาพ ต้องบูรณะให้เรียบร้อย
  • ฟันตาย ต้องรักษารากฟันก่อน
  • ต้องไม่มีพยาธิสภาพใด ๆ ในช่องปาก

 

ขั้นตอนการฟอกฟันขาว

         ทันตแพทย์จะตรวจสภาพฟันและเหงือกเนื่องจากสภาพฟันมีผลกับการเสียวฟันในขณะฟอกสีฟัน รวมทั้งให้คนไข้เปลี่ยนยาสีฟันเพื่อช่วยลดการเสียวฟันขณะฟอกสีฟัน

 

ขั้นตอนการฟอกสีฟันด้วย Laser

  1. ขัดฟันให้สะอาดและเทียบสีฟันก่อนรับการฟอกสีฟัน
  2. ทันตแพทย์จะทาสารประกอบพิเศษที่จะแข็งตัวเมื่อโดนฉายแสงกั้นตามขอบเหงือกของคนไข้ เพื่อป้องกันไม่ให้ยาฟอกสีฟันไหลไปโดนเหงือก
  3. ทายาฟอกสีฟันลงบนตัวฟัน
  4. ฉายแสง Laser ให้ทั่วเป็นเวลา 2 นาที
  5. รอให้ยาฟอกสีฟันทำการฟอกสีฟันของคนไข้ เป็นเวลา 20 นาที ซึ่งทาง Vertex Clinic จะฉายแสง Cool-light ให้คนไข้ด้วยระหว่างที่รอเพื่อให้ฟันขาวมากยิ่งขึ้น
  6. ล้างน้ำยาแกะที่กั้นขอบเหงือกออก

 

ขั้นตอนการฟอกสีฟันด้วย Cool-light

  1. ขัดฟันให้สะอาดและเทียบสีฟันก่อนรับการฟอกสีฟัน
  2. ทันตแพทย์จะทาสารประกอบพิเศษที่จะแข็งตัวเมื่อโดนฉายแสงกั้นตามขอบเหงือกของคนไข้เพื่อป้องกันไม่ให้ยาฟอกสีฟันไหลไปโดนเหงือก
  3. ทายาฟอกสีฟันลงบนตัวฟัน
  4. ฉายแสง Cool-light ให้ทั่วเป็นเวลา 30 นาที
  5. ล้างน้ำยาแกะที่กั้นขอบเหงือกออก
  6. เทียบสีฟันเปรียบเทียบผลให้คนไข้ดูอีกครั้ง

 

ขั้นตอนการทำชุดฟอกสีฟันที่บ้าน

  1. ทันตแพทย์จะพิมพ์ปากเพื่อนำไปให้ช่างทันตกรรมทำถาดฟอกสีฟันที่มีความพอดีกับฟันของคนไข้
  2. เทียบสีฟันเพื่อเป็นประวัติก่อนการรักษา
  3. ทันตแพทย์จะสอนวิธีใช้และวิธีการดูแลรักษาชุดฟอกสีฟันที่ถูกวิธี
  4. คนไข้สามารถนำถาดฟอกสีฟันกลับไปใช้ที่บ้านโดยการแต้มน้ำยาบนถาดฟอกสีฟันและสวมใส่ครั้งละประมาณ 5 –10 ชั่วโมง

 

ระยะเวลาในการฟอกฟันขาว

ระยะเวลาที่ใช้ในการฟอกฟันขาวนั้นจะขึ้นอยู่กับชนิดของการฟอกสีฟัน ดังนี้

  • ฟอกสีฟันด้วยทันตแพทย์ 45 – 60 นาที
  • ฟอกสีฟันทำเองที่บ้าน 7 – 14 วัน

 

ผลลัพธ์ที่ได้

         โดยทั่วไปภายหลังการฟอกสีฟัน สีจะเข้มขึ้นเรื่อย ๆ และจะคงที่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 6 สัปดาห์ การคืนกลับของสีในระยะแรกจะเกิดใน 2 สัปดาห์แรก หลังฟอกสีฟัน **  เกิดจากการคืนกลับจากสภาวะการสูญเสียน้ำ (Dehydration) ในระหว่างการฟอกสีฟัน ส่วนการคืนกลับของสีในระยะภายหลังจากการฟอกสีฟัน 1-3 ปี เกิดจากการคืนกลับมาของโครงสร้างที่ทำให้เกิดสีในฟัน

         ความคงอยู่ของความขาวจะนานแค่ไหนขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละรายว่าสามารถรักษาสุขภาพช่องปากได้ดีแค่ไหน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด กรณีฟอกสีฟันในคลินิกแล้ว แนะนำให้ฟอกสีฟันที่บ้านซ้ำเพื่อคงสภาพความขาว โดยอาจทำภายหลังฟอกสีฟันไป 1 ปี หรือหลังจากนั้นขึ้นอยู่กับการคืนกลับของสี แต่ลดปริมาณสารฟอกสีฟันที่ใช้ลง

 

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการฟอกสีฟัน

  1. อาการเสียวฟัน อาจพบได้หลังการฟอกสีฟันแต่ไม่เสมอไป
  2. เหงือกหรือริมฝีปากกลายเป็นสีขาวหากสัมผัสโดนตัวยาฟอกสีฟัน โดยปกติจะหายได้เองใน 2-3 ชั่วโมง ในกรณีที่ทำการฟอกสีฟันด้วย Laser หรือ Cool-light และอาจมีอาการแสบคันที่เหงือกในกรณีที่ทำการฟอกสีฟันที่บ้าน ซึ่งอาการนี้จะหายไปเองหากคนไข้หยุดใช้ชุดฟอกสีฟันที่บ้าน 2-3 วัน
  3. รอยด่างขาวบนตัวฟันดูชัดขึ้น

 

*** ข้อควรระวัง*** การฟอกสีฟันไม่เหมาะกับผู้ที่มีประวัติแพ้สารประกอบ Peroxide, ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี, สตรีมีครรภ์และสตรีที่กำลังให้นมบุตร

 

ข้อควรปฏิบัติหลังการฟอกฟันขาว

  1. ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ก่อให้เกิดคราบสีบนฟัน เช่นการดื่มชา กาแฟ ไวน์แดง รวมถึงการงดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  2. การดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกวิธีจะสามารถช่วยรักษาความขาวให้อยู่ได้นานมากขึ้น
  3. ข้อปฏิบัติหากมีอาการเสียวฟันจากการฟอกสีฟันด้วยเลเซอร์
  4. ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้อน เย็น หรือมีความเป็นกรดสูงเกินไป
  5. การรับประทานยาแก้ปวด เช่น Ponstan สามารถช่วยลดอาการเสียวฟันได้
  6. การใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์สูงสามารถช่วยลดอาการเสียวฟันได้
  7. ข้อปฏิบัติหากมีอาการเสียวฟันจากการฟอกสีฟันแบบทำเองที่บ้าน
  8. กรณีที่เกิดจากการฟอกสีฟันแบบทำเองที่บ้าน ควรลดเวลาในการใส่ถาดฟอกสีฟันลง หรือทิ้งช่วงห่างระหว่างการฟอกสีฟันแต่ละครั้งให้มากขึ้น (เช่น หากปกติใส่ถาดฟอกสีฟันครั้งละ 6 ชั่วโมง ก็ควรลดลงให้เหลือเพียง 5 ชั่วโมง หรือในบางกรณีที่ทำทุกวัน ก็ให้ทำวันเว้นวัน เป็นต้น)
  9. การรับประทานยาแก้ปวด เช่น Ponstan จะช่วยลดอาการเสียวฟันได้
  10. การใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์สูงจะสามารถช่วยลดอาการเสียวฟันได้
  11. ผลหลังจากการฟอกสีฟันเราไม่สามารถทำนายได้ว่าฟันจะขาวขึ้นมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของฟันของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันออกไปในขณะที่มีการสร้างฟัน

 

ข้อควรรู้

  • การฟอกสีฟันไม่ได้ทำให้ฟันสึกอย่างที่คิด เพราะการฟอกสีฟันเป็นการเปลี่ยนสีของเนื้อฟันมากกว่า สิ่งสำคัญคือยาฟอกสีฟันบางชนิดอาจทำให้เกิดการอักเสบของเหงือกเล็กน้อยขณะฟอกสีฟัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ยาของทันตแพทย์
  • หากต้องการเปลี่ยนสีของเนื้อฟันควรอยู่ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์เนื่องจากทันตแพทย์จะได้ปรับความเข้มข้นของยาได้อย่างเหมาะสมโดยมีมอร์นิเตอร์ควบคุมอาการเสียวฟัน ถ้าใช้ยาอย่างถูกต้องคนไข้จะไม่รู้สึกเสียวฟันหรือมีอาการเสียวฟันน้อยมาก ดังนั้นการฟอกสีฟันจะเสียวฟันหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของยา ขั้นตอนการฟอกสีฟัน รวมทั้งการให้ยาเพิ่มเติมก่อนและหลังการฟอกสีฟัน