ผ่าตัดขากรรไกร

ผ่าตัดขากรรไกร (Jaw Surgery)

         การผ่าตัดขากรรไกร ช่วยปรับโครงหน้าให้สมดุล ใบหน้าที่ไม่สมดุลคือใบหน้าเบี้ยว หรือฟันที่ไม่สบกัน ทำให้ฟันบนยื่นหรือฟันล่างยื่นมากกว่าปกติ โดยเกิดจากขากรรไกรไม่เท่ากันนั่นเอง นอกจากนี้ผู้ที่มีฝีปากบนอูม ฟันหน้าบนยื่น ยิ้มเห็นเหงือก หรือดูไม่มีคาง ก็สามารถแก้ไขด้วยการผ่าตัดขากรรไกรได้ แต่ในบางกรณีอาจมีการผ่าตัดขากรรไกรควบคู่ไปกับการจัดฟัน และคนที่มีปัญหาในการสบฟัน การผ่าตัดจะทำให้การสบฟันดีขึ้น (คนไข้บางรายต้องมีการจัดฟันร่วมด้วย) ซึ่งจะทำให้โครงหน้าสวยขึ้น ได้รูปมากยิ่งขึ้นรวมทั้งคนที่อยากมีรูปหน้า V-line การผ่าตัดขากรรไกรนี้จะทำให้คนไข้มีโครงหน้าที่เล็กลง และจะทำให้คนไข้บดเคี้ยวอาหารได้ดีขึ้นและมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น Vertex Clinic นำร่องการผ่าตัดขากรรไกรด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ 3 มิติ (NEMOTEC 3D)

 

ข้อควรทราบก่อนการผ่าตัดขากรรไกร

  1. การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยง คนไข้จำเป็นต้องศึกษาและเข้าใจถึงภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังผ่าตัด ก่อนการตัดสินใจทุกครั้ง
  2. คนไข้ต้องมีร่างกายที่แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวรุนแรงที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ เช่น โรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน ที่ไม่ได้รับการดูแลโดยแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
  3. คนไข้ต้องแจ้งยาหรืออาหารเสริมที่ใช้ประจำ เพื่อพิจารณางดยาบำรุงหรืออาหารเสริมบางชนิดก่อนผ่าตัด
  4. งดสูบบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสารเสพติด ก่อนผ่าตัดให้ได้นานที่สุด หรือถ้าเป็นไปได้ควรงดบุหรี่มากกว่า 8 สัปดาห์ เพื่อปอดจะได้กลับมาทำงานได้ดีหลังผ่าตัด

 

การผ่าตัดขากรรไกรเจ็บมากไหม ?
      ระหว่างที่ทำการผ่าตัด แพทย์จะทำการวางยาสลบคนไข้ก่อน คนไข้จึงไม่รู้สึกเจ็บในระหว่างที่แพทย์ทำการผ่าตัด

 

หลังผ่าตัดขากรรไกรหน้าจะบวมกี่วัน ?
      ใบหน้าคนไข้จะมีอาการบวมหลังจากผ่าตัดขากรรไกร ประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นอาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงและดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และใบหน้าจะเข้ารูปในเดือนที่ 4 – 6 หลังผ่าตัด

 

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่า ผ่าตัดศัลยกรรมขากรรไกรแล้วจะสวยขึ้น?
      เนื่องจากที่ Vertex Clinic เรามีเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ 3มิติ (NEMOTEC 3D) ที่จะช่วยจำลองภาพคนไข้หลังผ่าตัดก่อนเข้ารับการผ่าตัดได้ เพื่อช่วยให้คนไข้ได้ทำการตัดสินใจก่อนทำการศัลยกรรมได้ และเทคโนโลยีนี้จะช่วยในการสื่อสารระหว่างหมอกับคนไข้เพื่อให้เข้าใจในแต่ละขั้นตอนของการผ่าตัดได้ง่ายขึ้น คนไข้จะได้รับความพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้จากการรักษา โดยเทคโนโลยีการผ่าตัดนำร่องด้วยระบบคอมพิวเตอร์ 3 มิติ (NEMOTEC 3D) นี้ จะมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

 

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด
      แพทย์จะให้คนไข้ตรวจความสมบูรณ์ของร่างกาย และประเมินความพร้อมของคนไข้ก่อนผ่าตัด เช่นการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ถ่ายภาพรังสีบริเวณใบหน้าและปอด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งรายละเอียดในการตรวจร่างกายแล้วแต่ความจำเป็นของคนไข้ในแต่ละราย คนไข้จะได้รับการพิมพ์ฟันส่งถ่าย ภาพรังสีโครงหน้าแบบทั่วไป และ CT Scan กระโหลกศีรษะ เพื่อนำมาใช้ในการวางแผนการผ่าตัดต่อไป

 

ข้อควรระวัง
      สำหรับคนไข้ที่รับประทานยาบางชนิด เช่น ยาแอสไพริน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด รวมถึงอาหารเสริม เนื่องจากอาหารเสริมบางชนิดจะมีสารที่ทำให้เลือดออกมาก เลือดหยุดยากได้ แพทย์อาจให้หยุดยาดังกล่าวก่อนผ่าตัดหลายวัน คนไข้ควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เช่นพักผ่อนอย่างเพียงพอและแจ้งแพทย์เจ้าของคนไข้ เมื่อทานยาประจำ

 

ก่อนวันผ่าตัด
      คนไข้จะต้องเข้ามาอยู่ในโรงพยาบาล 1 วันก่อนผ่าตัด เพื่อวิสัญญีแพทย์จะได้เตรียมความพร้อมสำหรับการดมยาสลบในวันรุ่งขึ้นที่จะผ่าตัด คืนวันก่อนผ่าตัดแพทย์จะให้งดน้ำและอาหารหลังเที่ยงคืน หรือก่อนดมยา 8 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการสำลักอาหารและน้ำลงปอดขณะดมยาสลบ การดมยาสลบมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่นเสียงแหบ เจ็บคอ กลืนอาหารลำบาก ซึ่งจะเป็นช่วงแรกหลังผ่าตัด

 

ขั้นตอนการผ่าตัดขากรรไกร

  1. การผ่าตัดขากรรไกรต้องทำภายใต้การดมยาสลบ คนไข้ต้องได้รับการตรวจร่างกายและตรวจเลือดก่อน งดสูบบุหรี่ 6-8 สัปดาห์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดก่อนการผ่าตัด เพื่อการฟื้นตัวที่ดีหลังการดมยาสลบ
  2. จะมีการถ่ายภาพรังสีใบหน้า และพิมพ์ปาก เพื่อใช้ในการวางแผนการผ่าตัด
  3. คนไข้ต้องงดน้ำ งดอาหารก่อนการดมยาสลบ 8 ชั่วโมง และต้องแจ้งวิสัญญีแพทย์ หากมีอาการไข้ เจ็บคอหรือการรับประทานอาหารและน้ำ ภายใน 8 ชั่วโมง เนื่องจากสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
  4. การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 6 – 8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับแผนการรักษา


หลังการผ่าตัด

  • อาการมึนศรีษะ คลื่นไส้อาเจียน เจ็บคอ อาจพบได้ในช่วงวันแรก ๆ หลังดมยา
  • ควรดื่มน้ำมาก ๆ ตั้งแต่วันแรกหลังการผ่าตัด เพื่อการฟื้นตัวที่ดียิ่งขึ้น
  • คนไข้จะเข้าพักฟื้นในแผนก ICU ในคืนแรก (แล้วแต่เคส)
  • พักฟื้นในโรงพยาบาลประมาณ 2 วัน ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของคนไข้แต่ละคน

 

ภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดได้หลังการผ่าตัดขากรรไกร

  1. หลังผ่าตัด 1 วันแรก คนไข้อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน จากการดมยาสลบ
  2. หลังผ่าตัดช่วง 1 สัปดาห์แรก จะหายใจทางจมูกได้ลำบาก
  3. อาจมีอาการปวดในช่วง 3 วันแรก จึงต้องทานยาแก้ปวดตามเวลาที่สั่ง
  4. อาการบวม : คนไข้จะบวมมากที่สุดหลังผ่าตัดในช่วง 1 สัปดาห์แรก หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ยุบบวมลง ในกรณีที่ไม่มีภาวะแผลติดเชื้อแทรกซ้อนจะยุบบวมค่อนข้างมากหลังจาก 1 เดือน และใบหน้าจะเข้าที่หลังผ่าตัด 4 – 6 เดือน
  5. อาการชา : ในกรณีที่คนไข้ผ่าตัดขากรรไกรบน-ล่าง และคาง อาจจะมีอาการชาทั้งบริเวณข้างแก้ม ริมฝีปาก และคางทั้ง 2 ข้าง อาการชาจะค่อย ๆ ลดลงช้า ๆ ในช่วง 1 สัปดาห์ ถึง 12 เดือนหลังผ่าตัด แต่อาจจะเหลืออาการชาอยู่ในบางตำแหน่ง โดยเฉพาะบริเวณริมฝีปากล่างและคาง (ถึงแม้จะมีอาการชา แต่คนไข้สามารถขยับริมฝีปาก ยิ้ม พูด ได้ตามปกติ) คนไข้ส่วนใหญ่จะชินและไม่ได้มีการรบกวนชีวิตประจำวัน
  6. อาจจะมีเลือดซึม ในปาก หรือจากจมูกในช่วง 2 สัปดาห์เป็นเรื่องปกติ แต่อย่างไรก็ตามต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ
  7. คนไข้จะรับประทานได้เฉพาะอาหารอ่อน ๆ ห้ามเคี้ยวเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน
  8. อาจมีอาการหูอื้อหลังผ่าตัดได้ ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ หายไปเอง ถ้าอาการหูอื้อนานกว่า 1 เดือน ให้แจ้งแพทย์ที่ทำการผ่าตัด
  9. คนไข้ควรซื้อยาสีฟันและแปรงเด็กอันเล็กเตรียมไว้ เพื่อการทำความสะอาดฟันหลังผ่าตัด จะช่วยลดการติดเชื้อของแผล แปรงฟันเช้า – เย็น เบา ๆ เท่าที่ทำได้
  10. ประมาณวันที่ 5 หลังจากผ่าตัด คนไข้บางท่านอาจจะมีสีเขียวอ่อน ๆ ที่บริเวณคางและคอ เนื่องจากอาการบวมของใบหน้าที่ลดลง และเริ่มระบายผ่านไปทางคอ สีเขียวจาง ๆ จะเริ่มหายไปในไม่กี่วัน
  11. คนไข้ส่วนน้อยมากที่หลังผ่าตัดมีเลือดออกผิดปกติ หรือมีการสบฟันที่ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ อาจจะต้องมีการผ่าตัดแก้ไขซ้ำ (Re-operation)

 

 

คำแนะนำหลังผ่าตัด

  1. หลังจากที่คนไข้ฟื้นตัวจากยาดมสลบแล้ว ให้พยายามค่อย ๆ จิบน้ำ ลุกนั่ง เดินช้า ๆ ในห้อง และหายใจลึกยาวช้า ๆ แบบไม่กลั้นหายใจ เพื่อช่วยให้การทำงานของปอดและหัวใจกลับมาทำงานตามเดิมได้เร็วยิ่งขึ้น
  2. พยายามดื่มน้ำ (ของเหลวอะไรก็ได้ > 2ลิตร) เพื่อป้องกันการขาดน้ำ ป้องกันไม่ให้เสลดเหนียวข้น เพราะการขาดน้ำจะทำให้คนไข้กลืนลำบาก แน่นจมูกมากขึ้น เจ็บคอมากขึ้น
  3. ของเหลวที่แนะนำจะเป็น นม โปรตีนเสริมชง ไข่ลวก โจ๊กปั่นให้เหลว น้ำหวานอะไรก็ได้ เพื่อให้ได้พลังงานเพียงพอต่อวัน ป้องกันการอ่อนเพลียหลังผ่าตัด
  4. ยาแก้ปวดรุนแรงบางชนิด จะทำให้คนไข้รู้สึกคลื่นไส้อาเจียนได้
  5. ประคบเย็นข้างแก้ม 3 – 4 วัน หลังผ่าตัด
  6. คนไข้ส่วนใหญ่หลังผ่าตัดจะมีแค่ยางเกี่ยวไว้ สามารถถอดออกได้เพื่ออ้าปากและรับประทานอาหาร คนไข้ส่วนน้อยอาจถูกพิจารณามัดฟันหลังผ่าตัด หรือการใส่เครื่องมือควบคุมตำแหน่งสบฟัน (Splint) จะไม่เหมือนกันในคนไข้แต่ละคน
  7. การมาพบแพทย์ตามที่นัด เพื่อติดตามอาการหลังผ่า และการมาพบทันตแพทย์จัดฟันตามเวลาที่กำหนด เป็นสิ่งที่สำคัญมากของการผ่าตัดแก้ไขโครงหน้าก่อนการจัดฟัน (Surgery-First Technique)
  8. ยาบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หรือมีผื่นขึ้นได้ ถ้ามีอาการดังกล่าว ให้แจ้งแพทย์หรือพยาบาลทราบ
  9. หลังจากผ่าตัดแล้ว 7 วัน แนะนำให้มีการฝึกอ้าปาก ต้องฝึกอ้าปากให้กว้างที่สุดประมาณ 20 ครั้ง อย่างน้อย 3 ครั้งต่อวัน หรือทุกครั้งที่มีการถอดยาง เพื่อรับประทานอาหาร