แก้ไขนอนกรน

 

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ ทำให้เกิดอาการกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คือ การที่กระดูกขากรรไกรบน (Maxilla) และกระดูกขากรรไกรล่าง (Mandible)  ถอยร่นไปทางด้านหลัง (Maxillomandibular deficiency) ทำให้ขนาดของทางเดินหายใจเล็กลง นอกเหนือไปจาก การหนาตัว และการหย่อนยานของเนื้อเยื่ออ่อนในระบบทางเดินหายใจส่วนบน

การผ่าตัดเลื่อนกระดูกขากรรไกรบนและล่างมาทางด้านหน้า (MMA : Maxillomandibular advancement) นี้เป็นการผ่าตัดรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่ได้ผลดีที่สุด จากงานวิจัยพบว่าความสำเร็จของวิธีนี้สูงเกิน  90 เปอร์เซ็นต์ โดยสามารถขยายส่วนของทางเดินหายใจที่ตีบแคบระดับหลังเพดานอ่อน คอหอย (Pharynx) โดยเฉพาะหลังโคนลิ้น และคอหอยส่วนล่าง (Hypopharynx) ได้ โดยการเลื่อนกระดูกโครงสร้างของใบหน้าไปข้างหน้า นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มความตึงตัวของกล้ามเนื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน ป้องกันการหย่อนยาน และการยุบ หรือหย่อนตัวของทางเดินหายใจส่วนบนด้วย การผ่าตัดชนิดนี้สามารถเลือกทำเป็นการผ่าตัดเริ่มต้นเลยก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดปานกลางถึงรุนแรง หรือมีความผิดปกติของโครงสร้างของกระดูกใบหน้า (กระดูกขากรรไกรบนและล่าง) หรือเลือกทำในกรณีที่ผ่าตัดรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดยวิธีอื่นๆแล้ว ล้มเหลวก็ได้ นอกจากนั้นการเลื่อนกระดูกขากรรไกรบนและล่าง อาจช่วยในด้านความสวยงามของใบหน้าด้วย โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีผิวหน้าหย่อนยาน ซึ่งจะทำให้ผิวหนังบริเวณใบหน้าตึงมากขึ้น ใบหน้าอาจเปลี่ยนเล็กน้อย หรือผู้ป่วยที่มีคางค่อนข้างสั้น  การผ่าตัด  MMA จะช่วยให้สัดส่วนรูปหน้าดูเข้ารูปนี้มากขึ้น

 

ก่อนการผ่าตัด

ผู้ป่วยบางรายอาจมีความจำเป็นต้องติดเครื่องมือจัดฟัน เพื่อช่วยให้การสบฟันดีขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมตำแหน่งฟันใหม่ ที่เกิดขึ้นหลังจากเลื่อนตำแหน่งขากรรไกรไปในตำแหน่งใหม่  ในผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีความจำเป็นต้องติดเครื่องมือจัดฟัน  ขึ้นอยู่กับแผนการเลื่อนตำแหน่งของขากรรไกร  บนและล่าง ผู้ป่วยจะได้รับการพิมพ์ฟัน และจำลองโครงสร้างของกระดูกใบหน้าด้วยคอมพิวเตอร์ก่อนด้วยแบบจำลองนี้ แพทย์สามารถลองเลื่อนกระดูกขากรรไกรบนและล่างได้ เพื่อประมาณว่าทางเดินหายใจจะเพิ่มขึ้นเท่าไร หลังผ่าตัด

 

การผ่าตัด

ผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัดโดยใช้ยาสลบ ระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 4-5 ชั่วโมง ผู้ป่วยจะได้รับการมัดฟัน เพื่อยึดกระดูกขากรรไกรบนและล่างเข้าด้วยกันก่อนที่จะผ่าตัดเลื่อนกระดูกขากรรไกร โดยใช้เครื่องมือทางทันตกรรม เพื่อให้การสบฟันคงเดิม หลังจากนั้นแพทย์จะทำการตัดกระดูกขากรรไกรบนและล่าง โดยลงแผลผ่าตัดใต้เหงือก (ไม่มีแผลที่ใบหน้าภายนอก) หลังจากนั้นจะเลื่อนขากรรไกรบนและล่างมาทางด้านหน้าประมาณ 10-12 มิลลิเมตร และยึดกับกระดูกใบหน้าด้านบนด้วยวัสดุยึดกระดูกทางการแพทย์ (Plate และ screw) หลังจากนั้นแพทย์จะยึดขากรรไกรบนและล่างไว้ด้วยยางเพื่อให้การสบฟันเข้าที่ และกระดูกที่ถูกตัดยึดติดกันได้ดี

 

หลังจากผ่าตัด

ผู้ป่วยจะได้รับการสังเกตอาการในห้อง ICU เป็นระยะเวลา 1 คืน ถ้าไม่มีปัญหาแทรกซ้อนใดๆ จากการผ่าตัด ผู้ป่วยจะถูกย้ายกลับไปที่หอผู้ป่วยธรรมดาในวันรุ่งขึ้น ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่าบริเวณใบหน้าบวมได้ และอาจรู้สึกชาบริเวณใบหน้าได้ หรือมีอาการปวดบริเวณแผลผ่าตัด การประคบน้ำแข็งใน 2 วันแรกหลังผ่าตัดบริเวณขากรรไกรจะทำให้ลดบวมเร็วขึ้น ในช่วงแรกๆแพทย์จะให้ผู้ป่วยหายใจโดยใช้หน้ากากที่มีออกซิเจนและความชื้น ริมฝีปากอาจบวมและแห้ง เจ็บหลังผ่าตัด การทาขี้ผึ้ง หรือวาสลีน จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้น ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่าจมูกคัด หายใจไม่ออก อาจมีเลือดที่ค้างอยู่ในโพรงจมูกและไซนัสไหลออกมาได้ แพทย์อาจแนะนำให้ล้างจมูกหรือพ่นน้ำเกลือเข้าไปในโพรงจมูก เพื่อชะล้างสิ่งสกปรก ผู้ป่วยอาจมีรอยช้ำ หรือมีเลือดออกใต้ผิวหนังบริเวณคอและใบหน้าได้ ซึ่งจะค่อยๆหายไปได้เอง ผู้ป่วยอาจต้องพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล 2-3 วัน ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ ถ้าทางเดินหายใจยุบบวมดี ไม่มีการอุดกั้น ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารเหลวและน้ำได้ดี และไม่เจ็บปวดแผลมาก ผลของการผ่าตัดนั้นจะเห็นผลทันทีหลังผ่าตัด และจะเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น หลังเนื้อเยื่อของทางเดินหายใจยุบบวม ประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังผ่าตัด ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักกลับไปทำงานได้ภายในระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ แพทย์จะใช้ยางยึดขากรรไกรบนและล่างไว้ด้วยกัน ประมาณ 1-4 สัปดาห์  หลังจากนั้นจะเอายางออกให้  ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวขากรรไกรบนและล่างได้ สามารถรับประทานอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนได้ เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ไข่ตุ๋น  แต่ไม่ควรเคี้ยวอาหารเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์  หลังผ่าตัด 6  สัปดาห์ แพทย์จะเอาเหล็กที่ครอบฟันบน และล่าง (Arch bar) ออกและอนุญาตให้ผู้ป่วยเริ่มเคี้ยวอาหารได้

 

( หมายเหตุ :  “ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” )