แก้ไขปากแหว่งเพดานโหว่
(Cleft Lip, Cleft Palate)

 

         แก้ไขปากแหว่งเพดานโหว่ (Cleft Lip, Cleft Palate) ปากแหว่ง เพดานโหว่ เป็นโรคทางกรรมพันธุ์ชนิดหนึ่ง เป็นความผิดปกติแต่กำเนิด อาจตรวจพบได้ตั้งแต่ในครรภ์หรือหลังคลอด โดยจะส่งผลต่อลักษณะทางกายภาพ การรับประทานอาหาร การกลืน การได้ยิน และสุขภาพในช่องปาก ปากแหว่งเพดานโหว่สามารถสังเกตได้ชัดเจน คือจะมีรอยแยกบริเวณริมฝีปาก ใต้จมูก เหงือกบน หรือเพดานปาก สามารถเกิดขึ้นแยกกันอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือร่วมกันได้

 

ปากแหว่ง (Cleft Lip)

         ปากแหว่ง คือการที่ริมฝีปากบนแยกออกจากกัน เกิดจากการที่ใบหน้าไม่สามารถประกบกันได้พอดีในช่วงที่อยู่ในครรภ์ มักจะเกิดจากพันธุกรรมและยังอาจเกิดจากฮอร์โมนที่ผิดปกติ การขาดสารอาหาร และการใช้ยาบางชนิดอีกด้วย

 

เพดานโหว่ (Cleft Palate)

         เพดานโหว่ คือการที่มีช่องเปิดระหว่างเพดานปากและฐานจมูก เกิดจากขากรรไกรบนของทารกไม่สามารถผิดได้สนิท ซึ่งผู้ที่มีเพดานโหว่อาจพบปัญหาในการรับประทานอาหาร การหายใจ การพูด และปัญหาทางสภาพจิตใจ

 

สาเหตุ

  • เกิดจากกรรมพันธุ์ ประมาณ 12 – 20% ของผู้ป่วยทั้งหมด
  • การเจ็บป่วยของแม่ขณะตั้งครรภ์
  • ภาวะขาดสารอาหารของแม่ในระหว่างตั้งครรภ์
  • แม่สูบบุหรี่จัดขณะตั้งครรภ์
  • แม่ได้รับยาหรือสารบางชนิดอย่างต่อเนื่อง เช่น ยากันชัก สารพิษ สารเคมี การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการขาดกรดโฟลิคในระหว่างตั้งครรภ์ เป็นต้น
  • การสัมผัสไวรัสหรือสารเคมีระหว่างตั้งครรภ์
  • การเป็นโรคอ้วนระหว่างตั้งครรภ์

 

ผลกระทบ

  • ระบบทางเดินหายใจมีปัญหา
  • พัฒนาการช้า
  • การดูดกลืนอาหารลำบาก
  • พูดช้า ออกเสียงไม่ชัด
  • ฟันผิดปกติ เช่นฟันล่างครอบฟันบน ฟันไม่สบกัน ฟันขาดหายไป ฟันขึ้นผิดตำแหน่ง

 

การป้องกันมิให้ลูกมีอาการปากแหว่ง เพดานโหว่

  • ขณะตั้งครรภ์งดสูบบุหรี่ และงดดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารที่มีปรัโยชน์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ

 

การรักษาปากแหว่ง เพดานโหว่

         การรักษาอาการปากแหว่ง เพดานโหว่ มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับประทานอาหาร การพูด การได้ยิน รวมไปถึงลักษณะทางกายภาพให้สามารถใช้งานได้ปกติ การรักษาด้วยการผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง โดยลักษณะการผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย

  • ผ่าตัดแก้ไขอาการปากแหว่ง ทำได้หลังจากเด็กมีอายุ 1 ปีขึ้นไป โดยแพทย์จะทำการเย็บเพื่อเชื่อมรอบแยกที่บริเวณริมฝีปากใต้จมูกเข้าด้วยกัน
  • ผ่าตัดแก้ไขอการเพดานโหว่ จะทำเมื่อเด็กอายุ 18 เดือนขึ้นไป โดยแพทย์จะทำการเย็บเพื่อปกปิดรอยแยกที่บริเวณเพดานอ่อนหรือเพดานแข็งในปาก
  • การผ่าตัดใส่ท่อในหู จะทำหลังเด็กมีอายุ 6 เดือนขึ้นไป เพื่อระบายของเหลวในหูชั้นกลาง และลดความเสี่ยงของการเกิดการติดเชื้อที่จะนำไปสู่การสูญเสียการได้ยิน
  • การผ่าตัดซ่อมแซมรอยแหว่งที่เหงือกโดยใช้กระดูก จะทำเมื่อเด็กมีอายุ 8 – 12 ปี
  • การผ่าตัดเพื่อปรับปรุงลักษณะและการทำงานของริมฝีปากและเพดานปาก
  • การผ่าตัดกรามหรือขากรรไกรล่าง