ลดขนาดหน้าอก

คุณผู้หญิงที่มีหน้าอกใหญ่ หลายคนมองว่าน่าอิจฉา แต่จริงๆ แล้วถ้าหน้าอกใหญ่มากเกินไปก็สร้างปัญหาให้กับเจ้าตัวได้ เป็นต้นว่าการที่ต้องแบกเต้านมที่หนักมากทำให้ปวดหลัง ปวดคอได้ความหนักของเต้าอาจดึงรั้งสายเสื้อชั้นในให้กดทับบ่าจนเป็นร่อง นานวันเข้ากลายเป็นแผลถลอกเป็นๆ หายๆอาจมีอาการชาปลายมือบริเวณนิ้วก้อยเพราะน้ำหนักเต้าดึงรั้งแผงกล้ามเนื้อหน้าอกจนกดเบียดเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงแขนและมืออาจเกิดปัญหาอับ ชื้นแฉะ เป็นเชื้อรา บริเวณใต้ราวนมมักตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นทำให้รู้สึกขาดความมั่นใจ

การผ่าตัด ลดขนาดเต้านม หรือ แก้ไขหน้าอกหย่อนยาน ไม่ว่าจะผ่าตัดกับแพทย์ท่านใด หลักการผ่าตัดจะเหมือนกัน คือ แพทย์จะต้องตัดเต้านมส่วนเกินออก ในกรณีตัดเนื้อเต้านมออกมากหรือหน้าอกหย่อนยานแล้วมีการตัดแต่งผิวหนังและไขมันรอบเนื้อนมที่หย่อนยานเพื่อให้หน้าอกกระชับขึ้น ตำแหน่งของหัวนมก็มักจะเปลี่ยนไป จะต้องมีการเลื่อนระดับหัวนมให้ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมด้วยการผ่าตัด ลดขนาดเต้านม หรือ แก้ไขหน้าอกหย่อนยาน มีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ สำหรับ รพ.ยันฮี มีเทคนิคในการผ่าตัด ดังนี้

วิธีที่ 1 กรณีลดขนาดไม่มาก แพทย์จะผ่าตัดเข้าที่ปานนม ทำให้มีแผลเย็บเกิดขึ้นรอบปานนมเท่านั้น การผ่าตัดด้วยวิธีนี้แผลจะยุบบวมเร็ว ฟื้นตัวได้เร็ว
วิธีที่ 2 กรณีลดขนาดมาก หรือ หน้าอกหย่อนคล้อยมาก แพทย์จะตัดเนื้อเต้านมและผิวหนังเต้านมออกมาก และต้องมีการจัดวางตำแหน่งของหัวนมและปานนมใหม่ด้วย หลังผ่าตัดจะมีรอยแผลเป็นรูปตัว T หัวกลับ หรือรูปสมอเรือ วิธีนี้การหายของแผลและระยะเวลาในการพักฟื้นจะนานกว่า
ระยะเวลาในการผ่าตัด ลดขนาดเต้านม หรือ แก้ไขหน้าอกหย่อนยาน โดยเฉลี่ยประมาณ 3-5 ชั่วโมง

 

เตรียมตัวอย่างไรก่อนผ่าตัด

1. การผ่าตัด ลดขนาดเต้านม แก้ไขหน้าอกหย่อนยาน ถือเป็นการผ่าตัดใหญ่พอสมควร ต้องทำโดยการวางยาสลบ จึงต้องมีการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเพื่อความปลอดภัย
2. ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ตรวจเต้านม ถ้ามีประวัติมะเร็งเต้านมในครอบครัว อาจต้องตรวจหาความผิดปกติด้วยการทำแมมโมแกรม (Mammogram) ก่อน
3. หากมีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ และแจ้งประวัติการแพ้ยา การใช้ยาและอาหารเสริม
4. งดสูบบุหรี่ ยาแอสไพริน (Aspirin) ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) และวิตามินอี ประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
5. ในวันก่อนผ่าตัด แพทย์จะทำการวัดขนาดเต้านมเพื่อวางแผนผ่าตัด เป็นต้นว่า จะตัดเนื้อเต้านมออกเท่าไหร่ จะผ่าด้วยวิธีไหน และกำหนดจุดสำคัญต่างๆ เอาไว้ก่อน เช่น ตำแหน่งของหัวนมใหม่ เป็นต้น
6. ในวันผ่าตัดให้งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เนื่องจากต้องดมยาสลบ

 

การดูแลหลังผ่าตัด

1.หลังผ่าตัดต้องนอนพักใน รพ. ประมาณ 3 – 7 วัน ขึ้นกับสภาพและแผลผ่าตัด
2.หลังผ่าตัดประมาณ 1 -2 วัน อาจมีท่อระบายเลือดคาอยู่ และอาจมีเลือดซึมที่แผลผ่าตัดได้
3.หลังผ่าตัดไม่ต้องประคบเย็น ไม่ต้องทำแผลจนกว่าจะถึงวันนัด
4.ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำประมาณ 1 สัปดาห์ ถ้าอยากอาบน้ำรอให้แพทย์อนุญาตก่อน
5.แพทย์จะนัดมาตัดไหม ประมาณ 1 สัปดาห์ ในกรณีที่มีการอักเสบของแผล แผลเย็บตึงมาก จะต้องทำแผลประมาณ 2 – 6 สัปดาห์ อาจต้องเย็บแผลอีกครั้ง แต่โอกาสเกิดไม่บ่อย ควรนอนพักให้มากที่สุด ถ้าเดินมากอาจทำให้แผลอักเสบได้
6.ควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะมีทั้งยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด ยาลดบวม ยานอนหลับ การรับประทานยาจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
7.อาการฟกช้ำ เป็นเรื่องปกติของการผ่าตัดที่พบได้ ซึ่งรอยฟกช้ำมักเป็นอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ก็จะหายไป ราว 1 เดือนแผลก็จะยุบบวม ถ้ากังวลว่าแผลผ่าตัดจะไม่เรียบให้ใช้ซิลิโคนแผ่นปิดแผลได้แต่ต้องหลังจากตัดไหมแล้ว ปกติรอยแผลเป็นที่เต้านมจะมองเห็นได้ชัดเจนในระยะแรก ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเวลาผ่านไปรอยแผลจะค่อยๆ จางไปเอง
8.อาการปวดแผลอาจมีบ้างประมาณ 1 สัปดาห์
9.อาหารที่รับประทาน แม้ว่าหลังผ่าตัดแพทย์จะอนุญาตให้รับประทานได้ตามปกติ แต่ควรงดอาหารรสจัด ของหมักดอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงงดสูบบุหรี่ ประมาณ 1 เดือน
10.ปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ถ้างานที่ทำไม่ใช่งานหนักที่ต้องใช้แรงกายมากๆ ก็กลับไปทำงานได้เลย ถ้าจะยกของหนักๆ อยากออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมทางเพศ รอให้ครบ 1 เดือนก่อน

( หมายเหตุ :  “ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” )