ศัลยกรรมลดขนาดหน้าอก

หน้าอกที่ใหญ่เกินไป ก็อาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจได้ การต้องแบกเต้านมที่หนักมากทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดคอได้ หรืออาจดึงรั้งสายเสื้อในจนเกิดรอยกดทับได้ อีกทั้งยังเกิดเป็นเป้าสายตาได้ง่ายอีกด้วย 

การผ่าตัดลดขนาดหน้าอก จะตัดส่วนที่เกินออก ในกรณีที่หน้าอกหย่อนยานการตัดแต่งผิวหนังและไขมันรอบเนื้อนมเพื่อให้หน้าอกกระชับขึ้น ตำแหน่งของหัวนมก็มักจะเปลี่ยนไป สำหรับวิธีการลดขนาดเต้านมหรือแก้ไขหน้าอกหย่อนยานนั้น มีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์

 

วิธีในการลดขนาดหน้าอก แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้

1. กรณีลดขนาดไม่มาก
แพทย์จะผ่าตัดเข้าที่ปานนม ทำให้มีแผลเย็บเกิดขึ้นรอบปานนมเท่านั้น การผ่าตัดด้วยวิธีนี้แผลจะยุบบวมเร็ว ฟื้นตัวได้เร็ว

2. กรณีลดขนาดมาก
เพราะหน้าอกหย่อนคล้อยมาก แพทย์จะตัดเนื้อเต้านมและผิวหนังเต้านมออกมาก และต้องมีการจัดวางตำแหน่งของหัวนมและปานนมใหม่ด้วย หลังผ่าตัดจะมีรอยแผลเป็นรูปตัว T หัวกลับหรือรูปสมอเรือ วิธีนี้การหายของแผลและระยะเวลาในการพักฟื้นจะนานกว่า

ระยะเวลาในการผ่าตัด : ประมาณ 3-5 ชั่วโมง

 

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

  1. การผ่าตัด ลดขนาดเต้านม แก้ไขหน้าอกหย่อนยาน ถือเป็นการผ่าตัดใหญ่พอสมควร ต้องทำโดยการวางยาสลบ จึงต้องมีการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเพื่อความปลอดภัย
  2. ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ตรวจเต้านม ถ้ามีประวัติมะเร็งเต้านมในครอบครัว อาจต้องตรวจหาความผิดปกติด้วยการทำแมมโมแกรม (Mammogram) ก่อน
  3. หากมีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ และแจ้งประวัติการแพ้ยา การใช้ยาและอาหารเสริม
  4. งดสูบบุหรี่ ยาแอสไพริน (Aspirin) ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) และวิตามินอี ประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  5. ในวันก่อนผ่าตัด แพทย์จะทำการวัดขนาดเต้านมเพื่อวางแผนผ่าตัด เป็นต้นว่าจะตัดเนื้อเต้านมออกเท่าไหร่ จะผ่าด้วยวิธีไหนและกำหนดจุดสำคัญต่างๆ เอาไว้ก่อน เช่นตำแหน่งของหัวนมใหม่ เป็นต้น
  6. ในวันผ่าตัดให้งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เนื่องจากต้องดมยาสลบ

 

การดูแลหลังผ่าตัด

  1. หลังผ่าตัดต้องนอนพักใน รพ. ประมาณ 3 – 7 วัน ขึ้นกับสภาพและแผลผ่าตัด
  2. หลังผ่าตัดประมาณ 1 -2 วัน อาจมีท่อระบายเลือดคาอยู่ และอาจมีเลือดซึมที่แผลผ่าตัด
  3. หลังผ่าตัดไม่ต้องประคบเย็น ไม่ต้องทำแผลจนกว่าจะถึงวันนัด
  4. ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำประมาณ 1 สัปดาห์ ถ้าอยากอาบน้ำรอให้แพทย์อนุญาตก่อน
  5. แพทย์จะนัดมาตัดไหม ประมาณ 1 สัปดาห์ ในกรณีที่มีการอักเสบของแผล แผลเย็บตึงมาก จะต้องทำแผลประมาณ 2 – 6 สัปดาห์ อาจต้องเย็บแผลอีกครั้ง แต่โอกาสเกิดไม่บ่อย ควรนอนพักให้มากที่สุด ถ้าเดินมากอาจทำให้แผลอักเสบได้
  6. ควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะมีทั้งยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด ยาลดบวม ยานอนหลับ การรับประทานยาจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
  7. อาการฟกช้ำ เป็นเรื่องปกติของการผ่าตัดที่พบได้ ซึ่งรอยฟกช้ำมักเป็นอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ก็จะหายไป ราว 1 เดือนแผลก็จะยุบบวม ถ้ากังวลว่าแผลผ่าตัดจะไม่เรียบให้ใช้ซิลิโคนแผ่นปิดแผลได้แต่ต้องหลังจากตัดไหมแล้ว ปกติรอยแผลเป็นที่เต้านมจะมองเห็นได้ชัดเจนในระยะแรก ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเวลาผ่านไปรอยแผลจะค่อย ๆ จางไปเอง
  8. อาการปวดแผลอาจมีบ้างประมาณ 1 สัปดาห์
  9. อาหารที่รับประทาน แม้ว่าหลังผ่าตัดแพทย์จะอนุญาตให้รับประทานได้ตามปกติ แต่ควรงดอาหารรสจัด ของหมักดอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงงดสูบบุหรี่ ประมาณ 1 เดือน
  10. ปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ถ้างานที่ทำไม่ใช่งานหนักที่ต้องใช้แรงกายมาก ๆ ก็กลับไปทำงานได้เลย ถ้าจะยกของหนัก ๆ อยากออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมทางเพศ รอให้ครบ 1 เดือนก่อน

( หมายเหตุ :  “ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” )