แผลเป็น หลุมสิว

แผลเป็น

เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษาตัวตามธรรมชาติของผิวหนัง เกิดขึ้นจากการที่บริเวณชั้นหนังแท้เกิดความเสียหาย จากการบาดเจ็บ หรือ อาการอักเสบต่างๆ จึงก่อตัวเกิดเป็นแผลเป็น ส่วนร่องรอยแผลเป็นจากสิวนั้น เกิดจากการอักเสบของรูขุมขน ซึ่งเป็นผลมาจากการอุดตันของความมันส่วนเกินผนวกกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ส่วนมากรอยแผลเป็นมักไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อผิวหนังมากนัก และยังสามารถรักษาให้หายเองได้ แต่ก็สามารถเกิดเป็นรอยแผลเป็นที่เห็นเด่นชัดได้เช่นกัน หากมีการอักเสบในส่วนที่ลึกลงไปมาก

หลุมสิว

แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

1) แผลเป็นแบบหลุมแหลมลึก/Ice Pick Scar
เป็นรอยหลุมจิกลึกขอบแคบ ขนาดโดยเฉลี่ยมักอยู่ที่ราว 0.5 มิลลิเมตร และอาจจะกว้างเล็กน้อยที่บริเวณฐาน มักเกิดจากการกดหรือบีบสิวอุดตันอย่างไม่ชำนาญ และจัดว่าเป็นรอยหลุมสิวที่รักษาให้กลับมาเรียบได้ยากที่สุด

2)แผลเป็นแบบหลุมกว้าง/Boxcar Scar

เป็นรอยหลุมกว้าง ขนาดใหญ่คล้ายรอยล้อรถทับ ขนาดมักจะอยู่ที่ประมาณ 3 – 4 มิลลิเมตร ขอบและฐานหลุมมีขนาดใกล้เคียงกันแตกต่างกับรอยหลุมแบบจิกลึก และมักจะพบพังพืดเกาะติดในชั้นหนังแท้ โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังจากการอักเสบของสิวเม็ดใหญ่ ที่เราเรียกกันว่าสิวหัวช้าง หรือแผลเป็นจากอีสุกอีใส เป็นรอยหลุมอีกชนิดหนึ่งที่รักษาได้ยากเช่นกัน

3) แผลเป็นแบบหลุมแอ่งกะทะ/Rolling Scar

มีลักษณะเป็นรอยหลุม ฐานคล้ายกะทะ พื้นนุ่ม สามารถทำให้กลับมาเรียบเนียนได้ง่าย มักเกิดจากการอักเสบของสิวขนาดใหญ่ ที่ได้รับการรักษามาบ้าง แต่การยุบตัวของสิวไม่สัมพันธ์กับการสมานตัวของแผล หลุมสิวชนิดนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นชนิดที่สามารถรักษาให้กลับมาเรียบเนียนได้ง่ายมากกว่าหลุมสิวแบบอื่นๆ