Anti-Aging Treatments

 

         Anti-Aging Treatments ตัวช่วยชะลอวัยของสาว ๆ ทุกคน คนเราเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือความเสื่อมถอยของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นอวัยวะภายในหรือภายนอกก็ตาม สิ่งที่สาว ๆ กลัวมากที่สุดคือ การเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นต่าง ๆ เพราะคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวเต่งตึงลดน้อยลง ใบหน้าหมองคล้ำ ผิวหย่อนคล้อย เป็นสัญญาณของผิวที่กำลังอ่อนแอลง

 

         เมื่ออายุของเราเลยวัย 25 ปีไปแล้ว ฮอร์โมนทุกตัวในร่างกายจะเริ่มลดต่ำลง และจะลดลงไปเรื่อย ๆ ตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้ไม่ดีดั่งเดิม และเป็นที่มาของโรคภัยต่าง ๆ Anti-Aging Treatments เป็นทรีทเม้นท์บำรุงผิวหน้า มีหน้าที่ช่วยในการฟื้นฟูคอลลาเจน ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว ช่วยให้ผิวกระชับขึ้น ลดเลือนริ้วรอย ให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้น

 

ข้อดีของ Anti-Aging Treatments

  • ลดเลือนริ้วรอย
  • รอยตีนกาดูจางลง
  • ยกกระชับใบหน้าที่หย่อนคล้อย
  • ผิวกระชับขึ้น
  • ช่วยให้ผิวดระจ่างใส ลดความหมองคล้ำ
  • ลดเลือนรอยดำ จุดด่างดำ
  • ช่วยต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย
  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว

 

ความเสื่อมหรือความชรา (Aging) มี 2 แบบ ดังนี้

  1. ภายนอก

         เป็นความเสื่อสภาพของร่างกายที่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก เช่น ความเหี่ยวย่นของผิวหนัง การเปลี่ยนสีของเส้นผมเป็นต้น

  1. ภายใน

         เป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับระบบการทำงานที่อยู่ภายในร่างกายเสื่อมสภาพลง เช่น ระบบการผลิตฮอร์โมนของต่อมต่าง ๆ ระบบการเผาผลาญ ระบบการขจัดของเสียในร่างกาย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงในทางลบ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายลดลงตามไปด้วย การเปลี่ยนแปลงนี้ จะไม่ส่งผลต่อร่างกายในระยะแรก แต่จะปรากฎชัดเมื่อผ่านไประยะหนึ่งแล้ว โดยการทำให้เรารู้สึกหงุดหงิด นอนไม่หลับ กระวนกระวายใจ และสุขภาพแย่ลง

 

 

สาเหตุที่ทำให้ร่างกายเสื่อมสภาพลง

  1. พันธุกรรม (Genetic)

         เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเลือกได้ เพราะถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ พันธุกรรมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กำหนดว่าร่างกายของเราจะมีความเสื่อมช้าหรือเร็ว

  1. ภาวะฮอร์โมนบกพร่อง (Hormonal Insufficiency)

         เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ระบบการผลิตฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายจะลดลง เมื่อฮอร์โมนอยู่ในภาวะที่ผิดปกติ อาจทำให้ปริมาณฮอร์โมนที่มีหน้าที่ช่วยในการสร้างเซลล์และซ่อมแซมเซลล์มีปริมาณลดน้อยลง เซลล์จะอ่อนแอลง และมีปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อการทำงานของระบบอวัยวะภายใน ทำให้ร่างกายเสื่อมลงนั่นเอง

  1. การเกิดสารอนุมูลอิสระ (Free Radical)

         อนุมูลอิสระเป็นสารที่เข้ามาทำปฏิกิริยากับออกซิเดชั่นกับเซลล์ ทำให้เซลล์เกิดความเสื่อม โดยที่สารอนุมูลอิสระนี้จะเข้าไปทำลายผนังเซลล์ จึงทำให้เซลล์สูญเสียน้ำ เสื่อมสภาพ และตายในที่สุด หรือกล่าวได้ว่าอนุมูลอิสระจะเป็นสารที่ทำให้เซลล์ตายเร็วยิ่งขึ้น ดังนั้นหากร่างกายมีอนุมูลอิสระมาก จะทำให้ร่างกายยิ่งเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ

  1. การใช้งานร่างกายที่หนักเกินไป (Overuse)

         การทำงานที่หนักเกินไปส่งผลเสียต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่ใช้แรงหรือทำงานที่ต้องใช้สมองก็ตาม เช่น การนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ การกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ การไม่ออกกำลังกายเช่นกัน ล้วนทำให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายเกิดความเสื่อมลงโดยที่เราไม่รู้ตัว การที่ร่างกายต้องทำงานตลอดเวลานั้นทำให้ร่างกายไม่มีเวลาพักผ่อน ซ่อมแซมตัวเอง เลยทำให้เสื่อมสภาพในที่สุด

 

ตัวช่วยชะลอวัยจากภายใน

  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
  • ดื่มน้ำสะอาด อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
  • พยายามหลีกเลี่ยงการเกิดบาดแผล เพราะอาจทำให้ติดเชื้อและส่งผลให้ร่างกายเสื่อมโทรม
  • ตรวจสุขภาพประจำปี
  • ไม่สูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
  • ผ่อนคลาย ไม่เครียด